(ย้ายแล้วจ้า ไปอยู่ที่)

ประกาศย้ายเวบบอร์ดไปอยู่ที่ http://www.abhakara.com
 
บ้านบ้าน  ช่วยเหลือช่วยเหลือ  ค้นหาค้นหา  รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้  สมัครสมาชิก(Register)สมัครสมาชิก(Register)  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)  

Share | 
 

 ข่าว เกี่ยวกับเสด็จเตี่ย

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
Bluemoon
Moderator
Moderator
avatar

จำนวนข้อความ : 882
Registration date : 23/07/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: ข่าว เกี่ยวกับเสด็จเตี่ย   Tue Jul 29 2008, 21:51

ใครไปพบ ไปเจอ ข่าว ในหน้าหนังสือพิมพ์
นิตยสาร เวบไซต์ ฯลฯ เกี่ยวกับเสด็จเตี่ย
มาร่วมกันโพสต์ เพื่อให้ผู้รักและศรัทธาในพระองค์ได้อ่านกันจ๊ะ Laughing
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.princeabhakara.org
Bluemoon
Moderator
Moderator
avatar

จำนวนข้อความ : 882
Registration date : 23/07/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ข่าว เกี่ยวกับเสด็จเตี่ย   Tue Jul 29 2008, 21:56

ชื่อดี-เซ็นสวยช่วยเสริมบารมี : ที่มา สมัญญานาม “เสด็จเตี่ย”

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่าน เหลือเวลาอีกครึ่งเดือน ปีเก่า 2549 ก็จะผ่านพ้นไปแล้ว “ตะวันณา” ขออนุญาตพักรบ เพราะพบรัก.. เอ๊ยขอพระอภัยมณี กลอนพาไปน่ะครับ แฮะๆ คือขออนุญาตพักเรื่องลายเซ็นคนเด่นคนดัง และวิพากษ์วิจารณ์ลายเซ็นแฟนๆ ไปจนถึงปีหน้าเลยนะครับ (คำว่า ปีหน้านี่-ฟังดูนานจังนิ)

เสาร์อาทิตย์ที่เหลือ ขอพูดถึงสิ่งละอันพันละน้อยเกี่ยวกับ “ชื่อ” แบบกว้างๆ อย่างเสาร์นี้ ขอนำเอาความเป็นมาของสมัญญานามของ “เสด็จในกรมฯ” พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์

ที่บรรดาชาวเรือ ต่างเทิดทูนท่าน เป็น “บิดาแห่งการเดินเรือ” แล้วเรียกท่านว่า “เสด็จเตี่ย” ว่าแท้จริงแล้วคำว่า “เสด็จเตี่ย” นี้ มีความเป็นมาอย่างไร? เพราะในเวบไซต์ของอาจารย์ไพบูลย์ สำราญภูติ อาจารย์ในด้านการประกันชีวิตของ “ตะวันณา” เล่าขานไว้ตอนหนึ่งว่า

“ชาวจีนย่านสำเพ็งมีความรักและซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณและเรียกขานพระองค์ว่า “เตี่ย” ซึ่งหมายถึง พ่อ หรือ “หมอพร” ที่ชาวบ้านรักใคร่บูชา” ซึ่งก็มีส่วนถูกอยู่บ้างอย่างแน่นอนในด้านของความรักและซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณ

แต่ในความเป็นจริงนั้น คำว่า “เตี่ย” นี้ ได้มีบันทึกไว้ในปูมของทหารเรือตอนหนึ่งว่า “เสด็จในกรมฯ มีพระเมตตาต่อนักเรียนในเรือยุคแรกๆ ที่จำนวนหนึ่งมีอายุไล่เลี่ยกับพระองค์ ที่ลำบากใจในการใช้ราชาศัพท์ และอีกจำนวนหนึ่งก็เยาว์วัย ซึ่งพระองค์ทรงรักและเมตตาดั่งลูกหลาน จึงทรงใช้คำแทนพระองค์ว่า "เตี่ย" หรือ "สีเตี่ย" (ย้ำ-สีเตี่ย-ถูกต้อง) กระทั่งชาวเรือทั้งหลายนำมาเรียกขานพระองค์ว่า “เสด็จเตี่ย” จนถึงทุกวันนี้

ในฐานะที่“ตะวันณา” มีวาสนาสวมเครื่องแบบของนายทหารเรือในช่วงหนึ่งของชีวิต จึงขอนำเอา ความจริงเกี่ยวกับสมัญญานาม “เสด็จเตี่ย” มาเผยแพร่ให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบในโอกาสนี้

และไม่มีเจตนาจะหักล้างความเข้าใจในกรณีอื่นๆ แต่อย่างใดทั้งสิ้น เพราะในที่สุดแล้ว "เสด็จเตี่ย" ก็คือสมัญญานามของ “พระบิดาแห่งเรา ชาวเรือทั้งผอง ที่จักเทิดทูนตราบนิจนิรันดร” นั่นเอง

ที่มาจาก หนังสือพิมพ์คมชัดลึกออนไลน์ วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2549

ชื่อดี-เซ็นสวยช่วยเสริมบารมี ที่มา สมัญญานาม "เสด็จเตี่ย"
http://www.komchadluek.net/2006/12/16/j001_74758.php?news_id=74758
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.princeabhakara.org
Bluemoon
Moderator
Moderator
avatar

จำนวนข้อความ : 882
Registration date : 23/07/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ข่าว เกี่ยวกับเสด็จเตี่ย   Tue Jul 29 2008, 22:36



6 นายพลนาวิก บวงสรวงเสด็จเตี่ย ขอปกปักทหารภาคใต้

นายพลนักรบนาวิกโยธิน 6 นาย ขึ้นยอดเขา ยิงปืน 19 นัด ประทัด 999 ดอก ถวายดวงพระวิญญาณ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ขอพรปีใหม่ ขอให้กำลังพลแนวชายแดนปลอดภัยจากภัยอันตราย
วันนี้ (27 ธ.ค.50) พลเรือโท สุวิทย์ ธาระรูป ผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พร้อมนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ผู้บังคับหน่วยขึ้นตรง ได้เดินทางขึ้นมาบนยอดเขาแหลมปู่เจ้า ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของศาล พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือเสด็จเตี่ย พร้อมได้นำเครื่องสักการะ และเครื่องสังเวยทำพิธีบวงสรวง ถวายดวงพระวิญญาณของเสด็จเตี่ย ในวาระส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2551 และขอพระพรอันเป็นมงคลยิ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมทั้งได้จุดประทัดถวาย 999 นัด ยิงปืนถวายอีก 19 นัด

พลเรือโท สุวิทย์ ธาระรูป เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ พวกเราที่อยู่ทางนี้ได้มีการร่วมฉลองส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่กันอย่างสนุกสนาน แต่ข้าราชการ ทหาร อาสาสมัครที่ปฏิบัติภารกิจสำคัญยิ่งต่อประเทศชาติ และผืนแผ่นดินสยามจำนวนมากที่ไม่มีโอกาสร่วมเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ เพราะต้องระแวด ระวังภัยที่จะเข้ามาคุกคามประชาชน และประเทศชาติ ในฐานะที่เป็นผู้บังคับหน่วยรบหลักนาวิกโยธิน ของกองทัพเรือ มีความเป็นห่วงข้าราชการ ทหาร อาสาสมัครในสังกัดที่ปฎิบัติภารกิจตามแนวชายแดนทุกหนแห่งในเขตรับผิดชอบ จึงได้ทำพิธีบวงสรวง ดวงพระวิญญาณ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์ บิดาแห่งราชนาวีไทย ให้พระองค์ท่านปกปักรักษากำลังพลทุกนายให้แคล้วคลาด ปลอดภัย จากภยันตรายทั้งปวง และยังได้กล่าวอีกว่า สำหรับการบวงสรวงเพื่อขอพร และบารมีของพระองค์ท่าน เพราะทหารเรือทุกคนเชื่อมั่น และศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน จึงเชื่อว่าเมื่อมีการบวงสรวง บอกกล่าวดวงพระวิญญาณของท่านแล้วทหารจะได้รับความคุ้มครอง ปลอดภัย ด้วยกันทุกคน

ที่มา Patthaya Dairy News
http://www.pattayadailynews.com/thai/shownews.php?IDNEWS=0000004679
December 27, 2007
ประเภทข่าว : แวดวงสังคม
ข่าว : ณัฐภูมินทร์
ภาพ : ณัฐภูมินทร์
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.princeabhakara.org
Bluemoon
Moderator
Moderator
avatar

จำนวนข้อความ : 882
Registration date : 23/07/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ข่าว เกี่ยวกับเสด็จเตี่ย   Wed Aug 27 2008, 18:48





"เสด็จเตี่ย" คุ้มทหารเรือรอด กอดพระรูปสู้คลื่น ปลอดภัยปาฏิหาริย์
จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ปีที่ 4 ฉบับที่ 1181 วันเสาร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ.2548

ปาฏิหาริย์ "เสด็จเตี่ย" 2 ทหารเรือยึดพระราชานุสาวรีย์จนรอดชีวิต เชื่อพระบารมีทำให้เด็กประถมกว่า 200 ชีวิตรอดหวุดหวิด

ภัยพิบัติจากคลื่นยักษ์สึนามิที่พัดถล่มหลายประเทศตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคมเป็นต้นมา แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 12 วันก็ตาม ยังคงมีเรื่องราวของเหยื่อผู้ประสบภัยที่รอดชีวิตราวกับปาฏิหาริย์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง


- "เสด็จเตี่ย" ช่วยคุ้มชีวิต
จ่าเอกวิธวินท์ มานะพัฒนพงศ์ อายุ 38 ปี ผบ.หมู่ หน่วยรักษาความปลอดภัย ฐานทัพเรือภาคที่ 3 (ฐานทัพเรือพังงา) บ้านทับละมุด ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เล่านาทีที่รอดชีวิตจากคลื่นสึนามิว่า เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ขณะทำหน้าที่ครูฝึกลูกเสือสามัญและเยาวชนให้กับนักเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งใน อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จำนวน 200 คน ซึ่งมาเข้าค่ายฝึกเยาวชนที่หาดสวนงาม ฐานทัพเรือพังงา หลังจากช่วงเช้าทำพิธีจบการฝึกแล้วนั้น เด็กนักเรียนได้เดินทางกลับไปหมด จากนั้นตนจึงเดินตรวจความเรียบร้อยของฐานผจญภัยที่ชายหาด เมื่อมองออกไปที่ทะเล เห็นคลื่นสูง มีลักษณะเหมือนฝุ่นสีดำขนาดใหญ่ กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ชายหาด ห่างออกไปเพียง 10 เมตรเท่านั้น

"ภาพนั้นมันเหมือนผีหลอก ทำให้ผมต้องวิ่งเข้าฐานทัพเรือ เพื่อเตือนภัยชาวบ้านและทหารเรือในฐานทัพเรือ ระหว่างที่วิ่งก็เป่านกหวีดเตือนคนอื่นๆ ไปด้วย มีพี่คนหนึ่งวิ่งไม่ไหว ปีนต้นมะขามหนีตาย แต่ผมวิ่งต่อไปที่หน้าอาคารสื่อสาร และผ่านหน้า บก.ฐานทัพ พบเรือเอกธนันต์ชัย แผ้วเกตุ ที่ปฏิบัติงานอยู่ เราสองคนวิ่งไปถึงด้านหน้าฐานทัพแล้ว อยู่ๆ เรือเอกธนันต์ชัยก็ตะโกนบอกว่า ให้ปีนขึ้นไปที่พระราชานุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ พระบิดาแห่งทหารเรือ" จ่าเอกวิธวินท์ เล่านาทีหนีตาย

จ่าเอกวิธวินท์ เล่าอีกว่า ตนปีนขึ้นไปก่อนจะดึงเรือเอกธนันต์ชัยตามขึ้นมา เมื่อถึงบริเวณพระบาทของเสด็จเตี่ย ตนเกาะที่พระบาทด้านซ้าย ส่วนเรือเอกธนันต์ชัย เกาะพระบาทด้านขวา ขณะนั้นน้ำทะเลสูงถึง 4-5 เมตรแล้ว แต่มันสูงไม่ถึงจุดที่อยู่ จากนั้นน้ำทะเลก็ไหลไปด้านหน้า ทะลุประตูออกไป จังหวะนั้นได้ภาวนาบอกเสด็จเตี่ยว่าพอแล้ว ขอให้หยุดแค่นี้ เวลาผ่านไป 4-5 นาที น้ำเริ่มลดลง จึงไต่ลงมาเพื่อช่วยเหลือคนอื่นๆ

"ที่รอดมาได้คงเป็นเพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยโดยเฉพาะเสด็จเตี่ยที่เป็นที่เคารพนับถือของทหารเรือและประชาชนทุกคน ในตอนที่ผมเกาะพระบาทท่าน พระรูปนิ่งมาก แม้ในใจผมจะกลัวว่าคลื่นที่มาแรงจะทำให้พระรูปล้มลง แต่ท่านนิ่งมาก" จ่าเอกวิธวินท์ เล่าอย่างตื่นเต้น

จ่าเอกวิธวินท์ กล่าวอีกว่า สิ่งหนึ่งที่ตนคิดว่าเป็นเรื่องปาฏิหาริย์คือ การอบรมเด็กๆ ที่มาเข้าค่ายนั้น กำหนดการที่แท้จริงคือ วันที่ 25-27 ธันวาคม 2547 และวันที่คลื่นยักษ์สึนามิมา เป็นวันที่เด็กๆ ต้องไปชมเรือรบหลวงและชมศูนย์อนุรักษ์ใต้ทะเลจุฬาภรณ์ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความผิดพลาดอะไร เด็กๆ มากันวันที่ 24-26 ธันวาคม ทำให้เด็กๆ กว่า 200 คนรอดชีวิต ตนเชื่อว่าเป็นเพราะพระบารมีของเสด็จเตี่ย ที่ทำให้เด็กรอดชีวิตเพียงเสี้ยวนาที

ด้าน เรือเอกธนันต์ชัย แผ้วเกตุ อายุ 49 ปี ประจำกองขนส่งฐานทัพเรือ จ.พังงา เล่าว่า ในวันเกิดเหตุเป็นนายทหารเวรที่ตึกกองบัญชาการฐานทัพเรือพังงา ตั้งแต่เวลา 08.00 น.แต่เมื่อถึงช่วงเวลา 10.00 น. ยามฝั่งที่หมู่เกาะสุรินทร์ ได้โทรมาแจ้งว่าให้ขนคนขึ้นฝั่ง เพราะคลื่นกำลังจะพัดเข้าฝั่งอย่างรุนแรง แต่หลังจากรับโทรศัพท์ได้ไม่เกิน 2 นาที ก็ได้ยินเสียงคนตะโกนว่าให้หนีเพราะคลื่นมาแล้ว เมื่อหันไปมองก็เห็นน้ำเข้ามาในตัวอาคารด้านข้างและด้านหลัง จึงวิ่งหนีออกมาทางด้านหน้า

เรือเอกธนันต์ชัย เล่าอีกว่า เมื่อวิ่งมาถึงพระราชานุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรฯ ก็เกิดความคิดว่าน่าจะปีนขึ้นไปข้างบนเพื่อหนีน้ำ และได้ตะโกนเรียก จ่าเอกวิธวินท์ อีกคน ที่วิ่งเลยพระราชานุสาวรีย์ไป เพื่อให้ขึ้นไปหลบด้านบน

"ในใจก็คิดแต่ว่า เสด็จเตี่ยช่วยลูกด้วย เสด็จเตี่ยช่วยลูกด้วย เมื่อมองไปตามกระแสน้ำ เห็นพวกโต๊ะเก้าอี้ลอยออกมา เหมือนคนจับโยนอย่างแรง ผมตกใจกลัวมาก และมือทั้งสองก็ล็อกขาของเสด็จเตี่ยไว้แน่น ภาวนาให้ช่วยด้วย จนกระทั่งน้ำเริ่มลดจึงปีนลงมา รอดชีวิตได้ราวกับปาฏิหาริย์" เรือเอกธนันต์ชัย เล่าถึงนาทีที่รอดชีวิตมาได้



2ทหารเรือรุดกราบ เสด็จเตี่ยกอดรูปปั้นรอดสึนามิ - ร.อ.ธนันต์ชัย แผ่วเกตุ และจ.อ.ธวินท์ มานะพัฒนพงศ์ นั่งกราบพระบรมรูปกรมหลวงชุมพรฯภายในฐานทัพเรือพังงา เพราะเชื่อว่าบารมี"เสด็จเตี่ย"ช่วยให้รอดชีวิตจากคลื่นสึนามิ ทั้งคู่โดนน้ำซัดไปติดที่ฐานพระบรมรูป ตามข่าว ฮือฮาปาฏิหาริย์"เสด็จเตี่ย"สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ คุ้มครองชีวิตช่วย 2 ลูกประดู่ฐานทัพเรือพังงาพ้นภัยคลื่นยักษ์ นายทหารเวรกับจ่าเจ้าหน้าที่รักษาการณ์เผยนาทีชีวิต หนีคลื่นยักษ์ปีนขึ้นกอดขาพระบรมรูปพร้อมขอพรให้ช่วยรอดชีวิตราวปาฏิหาริย์ นอกจากนี้ ยังคุ้มครองนักเรียนจากอ.ถลาง 200 คนที่มาเข้าค่ายลูกเสือพ้นจากคลื่นนรกด้วย


ภาพนี้และข่าวนี้ยังอยู่กับจันทร์เจ้าขาตลอดเวลา
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.princeabhakara.org
Redrose19
Moderator
Moderator
avatar

จำนวนข้อความ : 201
Registration date : 25/07/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ข่าว เกี่ยวกับเสด็จเตี่ย   Thu Sep 04 2008, 11:12

Smile ดีใจมากเลยนะครับ เรื่องราวของพระองค์ท่านนะครับ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Bluemoon
Moderator
Moderator
avatar

จำนวนข้อความ : 882
Registration date : 23/07/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ข่าว เกี่ยวกับเสด็จเตี่ย   Fri Sep 05 2008, 01:31

ข่าวนี้จำได้ว่า ไปพบหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ตอนไปเดินเอกสารที่กระทรวงการต่างประเทศแจ้งวัฒนะ

ถ้าจะให้เล่า ก็เป็นปาฏิหาริย์อีกเช่นกันค่ะ เพราะตอนหมั้นนั้น แฟนใจร้อนมาก จะแต่งงานเลยทันที
(ตอนนั้นประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน 2547)
และวางแผนว่าหลังแต่งงานจะไปพักผ่อนที่เกาะพีพี

แต่เพราะว่าโชคช่วยหรือความบังเอิญไม่ทราบได้ ในตอนนั้นแฟนได้รับแจ้งว่า ต้องบินกลับออสเตรียด่วน
เพราะว่างานของลูกค้ามีปัญหา เราก็เลยต้องวางแผนกันใหม่ ให้เวลาเขาประมาณ 1 เดือนเพื่อกลับออสเตรีย
มาเคลียร์งานให้จบ งานแต่งงาน ก็เลยได้ฤกษ์กลางเดือนมกราคม 2548 การจองที่พักสำหรับดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์
ก็ต้องเปลี่ยนแผน เป็นยกเลิก (โรงแรมนี้เสียหายมากจากเหตุการณ์สึนามิ) แฟนก็บินกลับไปในวันรุ่งขึ้นทันที

พอเกิดเหตุการณ์สึนามิ ตอนนั้นกำลังนั่งทานข้าว ที่ร้านหน้าปากซอย (ในกรุงเทพฯ) ดูข่าวจากโทรทัศน์ในร้าน
ให้รู้สึกว่า ตกใจมากๆ สั่งอาหารมาตั้งเยอะ ไม่ได้รับประทานเลย เพราะตกใจ จ่ายตังก์แล้วรีบเดินกลับ
ในใจก็คิดว่า ถ้าเราแต่งงาน ตามแผนที่วางไว้ก่อนหน้านี้ เราทั้งสองก็คงจะเป็นผู้ที่เสียชีวิตหรือประสบภัยนั้นอย่าง
แน่นอน แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วรีบเปิดเอ็มเอสเอ็นแชทกับแฟน แจ้งข่าว เขาเองก็ตกใจ


วันรุ่งขึ้นจันทร์เจ้าขา (ตอนนั้นทำงานอยู่บริษัทฯ เอกชนแห่งหนึ่งแถวเพลินจิต) ตอนบ่ายก็ขออนุญาตเจ้านาย
เพื่อไปบริจาคโลหิตที่สภากาชาดไทย เจ้านายไม่ได้ขัดข้องสิ่งใดๆเลย (เพราะท่านเองนั้นเป็นคุณหมอ ที่ทำงานให้สภากาชาดอยู่แล้ว)
เพราะตอนนั้น ทุกความห่วงใย มุ่งไปสู่ผู้ประสบภัย

และในวันที่ 8 มกราคม 2548 ได้เดินทางไปรับเอกสารที่กระทรวงการต่างประเทศ ที่ถนนแจ้งวัฒนะ
ได้เห็นหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ ที่มีข่าว เสด็จเตี่ยฯ ก็รีบซื้อไว้ในทันที และข่าวนี้ก็ยังคงอยู่กับจันทร์เจ้าขา
ตลอดในกระเป๋า เก็บไว้อย่างดี ภาพนี้ก็บันทึกไว้ เพื่อต้องการเผยแผ่ พระบารมีของพระองค์ท่าน


คิดอยู่เสมอว่า คงเป็นปาฏิหาริย์ แน่นอน ไม่งั้นเราคงไม่อยู่มาจนวันนี้ ไม่เคยเล่าเหตุการณ์นี้
มีแต่คนในครอบครัวจะทราบ เพราะเกรงว่า เล่าไปแล้ว คนจะมองว่า เราดึงตัวเองเข้าไปในเหตุการณ์ฯ
แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ question
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.princeabhakara.org
 
ข่าว เกี่ยวกับเสด็จเตี่ย
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
(ย้ายแล้วจ้า ไปอยู่ที่) :: เรือนส่วนกลาง :: ห้องกรมหลวงชุมพร-
ไปที่: