(ย้ายแล้วจ้า ไปอยู่ที่)

ประกาศย้ายเวบบอร์ดไปอยู่ที่ http://www.abhakara.com
 
บ้านบ้าน  ช่วยเหลือช่วยเหลือ  ค้นหาค้นหา  รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้  สมัครสมาชิก(Register)สมัครสมาชิก(Register)  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)  

Share | 
 

 ปาฏิหาริย์เกี่ยวกับเสด็จเตี่ย ฟังแล้วขนลุกซู่

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
Redrose19
Moderator
Moderator
avatar

จำนวนข้อความ : 201
Registration date : 25/07/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: ปาฏิหาริย์เกี่ยวกับเสด็จเตี่ย ฟังแล้วขนลุกซู่   Tue Aug 12 2008, 22:02

Surprised (กุหลาบสีแดง) ขอนำเรื่องเล่าของผู้ที่สัมผัสที่มีหลายๆคนที่มีต่อพระองค์ท่านหรือเสด็จเตี่ย ให้ทุกๆคนได้รับรู้นะครับ.

ช่วงแรก เมื่อปี 2542 เหตุเกิดที่ พาณิชพระนคร ที่อนุเสาวรีย์ " พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ "
ในคืนวันที่ 18/05/2542 นั้นคุณพี่บดินทร์ (ศิษย์เก่าในโรงเรียนพาณิชยการพระนคร) ได้ฝันว่าเสด็จเตี่ยท่านนั้นได้ทรงมาเข้าฝัน คุณบดินทร์ ว่า รุ่งเช้านั้นให้รีบเดินทางจากบ้านที่พักนั้นไปช่วยทำความสะอาด อนุเสาวรีย์ที่ (พระราชวัง นางเลิ้ง) ที่พาณิชพระนครด้วยนะ เดียวเสด็จเตี่ย จะเดินทางมาไม่เกิน เที่ยงก็จะพบกัน และแล้วในรุ่งเช้านั้นคุณพี่บดินทร์ ก็รีบตื่นขึ้นมาไม่พูดกับใครเลยรีบอาบน้ำแต่งตัวเดินทางมายัง ณ โรงเรียนพาณิชพระนคร(สมัยนั้นก่อนเปลี่ยนชื่อมาเป็น " มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพณิชยการพระนคร" ในปัจจุบันนี้ เมื่อคุณพี่บดินทร์เดินทางมาถึงก็ทำการกวาดเก็บขยะ สิ่งของที่สกปรกในบริเวณรอบๆอนุเสาวรีย์ของพระองค์ท่านเสร็จแล้วก็เก็บใบไม้กวาดใบไม้ต่อไปเรื่อย ส่วนสายตาก้คอยจ้องมองว่า เสด็จเตี่ย ท่านนั้นจะเดินทางเข้ามาเมื่อไร เพราะพระองค์ท่านนั้นทรงรับสั่งว่าไม่เกินเที่ยงนั้นจะมาหา และในเวลานั้นเอง(กุหลาบสีแดง) ก็ได้นั่งรถเมล์ผ่านไปยัง ตรงแยกที่มีพระอนุเสาวรีย์ของพระองค์ท่านพอดีและรถเมลย์ก็เลี้ยวซ้าย (กุหลาบสีแดง)ก็ลงที่ป้าย โรงเรียน นั้นทันทีอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ โรงเรียน พ.พ. นะครับแล้วก็เดินเข้าไป มุ่งตรงไปยังคุณพี่บดินทร์ แล้วก็ถามไปว่าเสร็จแล้วหรือยัง สะอาดมากเลยนะครับ แลบะแล้วพี่บดินทร์นั้นก็ร้องไห้โฮออกมา แล้วก็กอด(กุหลาบสีแดง) อยู่นานเลยนะครับแล้วก็ให้กุหลาบสีแดงนั้นไปนั่งที่บนก้อนหินก้อนหนึ่งอยู่ด้านในหลังสนามหญ้านะครับ พอนั่งลง คุณพี่บดินทร์ก็เล่าให้ฟังรายละเอียด (กุหลาบสีแดง) ก็เลยนั่งมองและพิจารณาและก็บอกพี่บดินทร์ว่าก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับว่าทำไมต้องมา ณ ที่นี้และต้องเดินไปถามพี่บดินทร์อย่างนั้น (กุหลาบสีแดง) ขออำนวยพรให้ครอบครัวพี่บดินทร์ นั้นทรงมีพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง มีความสุขสมอารมณ์หมาย ทุกประการ ยังมีอีกหลายเรื่องเลยนะครับ ที่มีผู้คนพบเห็นนะ เดียวนำมาให้อ่านเพิ่มไปเรื่อยๆนะครับ (ทุกๆอย่างนั้นเป็นความจริงที่ยืนยันได้นะครับ)


กุหลาบสีแดง


แก้ไขล่าสุดโดย Redrose19 เมื่อ Sat Sep 06 2008, 03:37, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Redrose19
Moderator
Moderator
avatar

จำนวนข้อความ : 201
Registration date : 25/07/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ปาฏิหาริย์เกี่ยวกับเสด็จเตี่ย ฟังแล้วขนลุกซู่   Tue Aug 12 2008, 22:05

Surprised ในช่วงปี 2541 เป็นวันที่ 19/12/2542 นะครับซึ่งเป็นปีเดียวกันนะครับ (กุหลาบสีแดง)ได้เดินทางไปยัง ณ หาดทรายรี จ.ชุมพร ทางรถไฟ เป็นครั้งแรกในชีวิต ของการเดินทางที่ต้องเดินทางไกลมากและเดินทางคนเดียวด้วย โดยที่ไม่ทราบเลยว่าต้องไปต่อรถอย่างไรบ้างนะครับ. โดยที่(กุหลาบสีแดง) นั้นไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังทำอะไรในวันที่ 18/12/2542 นั้น พอกลับมายังที่พักก็เก็บเสื้อผ้าพร้อมทั้งชุดขาว ๑ ชุดเพื่อออกเดินทางไปยัง สถานีสามเสน เพื่อนั่งรถไฟเดินทางไปที่ชุมพร ในเวลา ๒๓.๑๕ น. เป็นรถไฟตู้นอน แต่วันนั้นเกิดมีปัญหารถไฟออกจากสถาณี ล่าช้ากว่า ครึ่งชั่วโมง เป็นอันว่ารถไฟออกจาสถานีสามเสนนั้นในเวลาเที่ยงคืนครึ่ง ไปถึงยังสถานีรถไฟ ชุมพร ประมาณ 07.19 น.(จำไม่ค่อยได้นะเวลาเพราะผ่านมากว่า 7 ปีแล้ว) พอลงจากรถไฟเท่านั้นแหละครับ (กุหลาบสีแดง)ก็ต้องเดินออกจากชานชลา เพื่อไปยังทางถนนใหญ่ของ จังหวัดชุมพร นั้นพอดีมีพี่ผู้ชายคนหนึ่ง นั้นเดินเข้ามาไม่ถามอะไร(กุหลาบสีแดง) เลยสักคำแต่พูดมาว่ามาน้อง พี่จะพาไป พี่รู้ว่าจะไปยังหาดทรายรี พอฟังแล้วรู้ได้อย่างไร ก็นั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซด์ของพี่คนนั้นไปได้ประมาณ 7-900 เมตรเท่านั้น ก็ลงจากรถมอเตอร์ไซด์นั้น มองไปยังที่บ้านที่จอดนั้น พี่ผู้ชายก็เข้าไปในบ้านเอากุญแจรถออกมา (กุหลาบสีแดง)ก็มองไปยังรถทำความสะอาดตั้งแต้เช้าเลยหรือ พี่ผู้ชายนั้นก็เชิญให้นั่งบนรถ โดยที่เบาะของ(กุหลาบสีแดง)กับเบาะของพี่นั้นจะต่างกันเล็กน้อยก็คือที่เบาะ(กุหลาบสีแดง) นั้นจะมีหมอนรองให้อีกชั้นหนึ่ง แล้วพี่เขาก็ขับรถไปตลอดทางและก็คราวนี้ถึง

พี่ขับรถ: ถามว่ามาทำอะไร
(กุหลาบสีแดง): ก็ตอบว่าเดินทางมาเทิดพระเกียรติเสด็จเตี่ย
พี่ขัยรถ: ถามอีกว่าเคยมาไหม
(กุหลาบสีแดง) :ก็ตอบว่าไม่เคยมา

พอมาถึง ณ หาดทรายรี พี่คนขับรถก็บอก(กุหลาบสีแดง)ว่านี้แหละครับถึงแล้ว เดียวพี่จะเอารถไปจอดรอเลยนะครับ เพราะเดียวพี่จะขับรถไปส่งในช่วงประมาณ บ่ายโมงเศษ (กุหลาบสีแดง) งง มากๆเลยว่าทำไมต้องจอดรอ (ถ้าเป็นคนอื่นแล้วไม่รู้จักกันแล้วทำไมต้องมาส่ง ไม่รู้จักมักจี่ อะไรกันเลย) ก็เลยบอกพี่เขาว่าไม่เป็นไรหรอกครับไม่ต้องรอก็ได้นะครับ พอพี่เขาได้รับคำตอบจาก(กุหลาบสีแดง) แล้วพี่เขาก็ขับรถออกไปจากบริเวณ พระตำหนัก ณ หาดทรายรี(ตำหนักล่าง) ต่อจากนั้น(กุหลาบสีแดง) ก็เดินทางเข้าไปยังศาลล่างและพบต้นหูกวาง ก็นั่งลงกราบเพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ท่าน แล้วก็เดินทางเข้าไปเทิดพระเกียรติ ณ ภายในพระตำหนักของพระองค์ท่าน เมื่อเสร็จจากนี้แล้วก็ไปหาสถานที่อาบน้ำเพื่อแต่งตัวใส่ชุดขาวถวายความบริสุทธิ์จากจิตที่ตั้งมั่นเพื่อเดินทางมาเทิดพระเกียรติพระองค์ท่าน ณ หาดทรายรี ให้กับพระองค์ท่าน
พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไปนั่งพูดคุยกับลุง ที่เคยคอยรับใช้เสด็จเตี่ย ในช่วงที่เสด็จเตี่ยท่านเสด็จมาพัก ณ หาดทรายรี ซึ่งลุงเล่าว่า เสด็จเตี่ย พระองค์ท่านนั้นเสียงจะดังและกังวาล มากๆเลย เวลาเรียก พอพูดคุยไปได้สักพักก็ได้เวลา ที่ทางกองทัพเรือ ได้นำเรือรบขึ้นมาเกยยัง ณ หาดทรายรี พอดีและก็เหลือเวลาอีกประมาณไม่ถึง 30 นาที ก็จะได้ฤกษ์ในการบวงสรวงดวงพระวิญญาณ ของเสด็จเตี่ย ณ หาดทรายรี แห่งนี้ของทุกๆปี ซึ่งนายทหารเรือชั้นผู้ใหญ่จะต้องเดินทางมาเป็นประจำทุกๆปี โดยจะต้องขึ้นมา ๒ ครั้งต่อไป ณ หาดทรายรีแห่งนี้ และพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณ ของเสด็จเตี่ยก็เริ่มขึ้น โดยนายทหารเรือชั้นผู้ใหญ่ท่านนั้น พอจบพิธี ทหารเรือทั้งกองทัพที่ขึ้นบกนั้นต่างก็ร้องเพลง มาร์ชสามสมอ เดินหน้า ดาบของชาติ เสร็จแล้วก็ยิงปืนสลุด เพื่อถวายให้กับเสด็จเตี่ยฯ และแล้วลุงที่นั่งด้านข้างของ(กุหลาบสีแดง) ก็เอ่ยปากให้คุณพี่ อภิชาติ บัณฑิตย์ชาติ ที่เป็นผู้สร้างถวายและดูแลนั้นไปนำน้ำจันท์ นั้นมา ๑ แก้วแล้วนำมาให้(กุหลาบสีแดง) ซึ่งก็เป็น" เหล้าวิสกี้ " นั้นเองนะครับ พอดื่มไปแล้วเท่านั้น ลุงก็ถามว่า อะไรบ้าง(ต้องขออภัยนะครับที่จำได้เพียงบางคำถามเท่านั้น

ลุงที่เคยปรณนิบัติเสด็จเตี่ยถาม: ถามว่าเสด็จพ่อ ทำไมถึงมาเรียบๆง่ายๆมาก

เสด็จเตี่ย ท่านก็ทรงตอบไปว่า :ทำไมต้องมาให้เหมือนเดิมตลอดเลยหรือ มิฉนั้นพวกเจ้าก็ไม่สามารถสัมผัสหรือรับรู้ได้ละซิ

ลุงก็ ถามต่อไปว่า: ทำไมเสด็จเตี่ยถึงไม่แสดงตนอะไรมากมายละ

เสด็จเตี่ย: ท่านก็ทรงตอบว่าการแสดงตนนั้นไม่ใช่จะดีมากนัก มาก็ไม่ต้องกระโตก กระตาก อะไรมากนัก มาก็เพื่อดูลูกๆหลานๆของลูกประดู่นี้แหละ

คุณลุงนั้นถามอยู่ได้ซักพักเท่านั้น เสด็จเตี่ย ท่านก็ทรงถอยไปแบบเรียบง่ายเช่นเดิม หลังจากนั้นเป็นช่วงเที่ยงพอดี ก่อนที่จะถอยนั้นเสด็จเตี่ยได้ประทานพรให้กับลูกๆหลานๆพร้อมทั้งลุงนั้นก็ได้รับพรไปด้วยนะครับ พอเวลารับประทานอาหาร(กุหลาบสีแดง) ถือว่าได้รับเกียรติ อย่างสูงเลยนะครับ ซึ่งไปนั่งรับประทานอาหารร่วมกับ นายทหารเรือชั้นผู้ใหญ่อยู่หลายๆท่าน รวมทั้งคุณพี่ อภิชาติ บัณฑิตย์ชาติ (ซึ่งคุณพี่ท่านนี้นั้นปัจจุบันได้ ตายไปแล้ว)มีเพียงลูกชายที่คอยดำเนินเฝ้าพระตำหนัก ณ หาดทรายรี นี้ต่อจากคุณพ่อนั้นเองนะครับพอรับประทานอาหารเสร็จ พี่อภิชาติ นั้นก็ดึงมวนซิกก้าร์ ออกมายื่นมาให้(กุหลาบสีแดง) พอรับก็มีนายทหารเรือชั้นผู้ใหญ่ท่านนั้นจุดไฟให้ ได้สักครู่ นายทหารเรือชั้นผู้ใหญ่นั้นก็ถาม ว่าเมื่อไรท่านจะได้เลื่อนตำแหน่งซักที เพื่อนๆนั้นได้เลื่อนขั้นกันหมดแล้ว ไม่นานนัก(กุหลาบสีแดง) ก็รู้สึกว่าเสด็จเตี่ย ท่านมาแล้วก็ทรงตอบไปว่าไม่เกินต้นปีหน้าก็จะทราบเองนั้นแหละ ทหารเรือหลายๆท่านก็แย่งกันถาม แต่เสด็จเตี่ย ท่านดำริ ว่าให้ลูกๆหลานๆนั้น ทรงสร้างแต่คุณงามความดีให้กับผืนแผ่นดินนี้ตลอดไป พอซิกก้าร์ หมด เสด็จเตี่ยท่านก็ถอยเรียบร้อย ก็ได้เวลาที่กองทัพเรือทั้งหมดจะต้องถวายบังคมทูลลา พอทหารเรือทั้งหมดทูลลาเสร็จ (กุหลาบสีแดง) ก็เดินไปถวายบังคมพระองค์ท่าน แล้วก็เดินออกจาก พระตำหนักของพระองค์ท่าน ก็หันไปเจอรถของพี่คนที่มาส่งนั้นจอดรออยู่ ก็ไปเข้าห้องน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็ขึ้นรถพี่เขากลับไปยังสถาณี รถไฟ จ.ชมพร ทันทีแล้ว(กุหลาบสีแดง) ก็ให้เงินเป็นสินน้ำใจกับพี่เขาไปประมาณ 3-400 บาทจำไม่ค่อยได้นะครับนานมาแล้ว พอมาถึงกรุงเทพฯก็สบายใจแล้วที่ได้เดินทางไปถึงที่ชุมพร จากเรื่องจริงทั้งหมด อ่านกันต่อไปเลยนะครับ เดียวจะเล่าให้ฟังอีกว่าเกิดอะไรขึ้น.


แก้ไขล่าสุดโดย Redrose19 เมื่อ Sat Sep 06 2008, 03:38, ทั้งหมด 2 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Redrose19
Moderator
Moderator
avatar

จำนวนข้อความ : 201
Registration date : 25/07/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ปาฏิหาริย์เกี่ยวกับเสด็จเตี่ย ฟังแล้วขนลุกซู่   Tue Aug 12 2008, 22:05

(กุหลาบสีแดง)ยังจำได้นะว่าบ้านพี่คนที่ขับรถให้นั้นอยู่ที่ใด ยังจำได้เลยนะครับ บ้านพี่เขานั้นจะอยู่ใกล้ๆกับสามแยกไฟแดง ถ้าหากว่านั่งรถมาจากสถานี รถไฟ ก็จะพบสามแยกแรกเป็นโรงพยาบาลคุณเล็ก และก็วิ่งไปอีกไม่เดิน 500 เมตรพบไฟแดงแต่ยับงไม่ถึงสามแยกนี้นะครับ ให้มองไปด้านขวามือก็จะพบบ้านของพี่เขานั้นจะมีบันไดเดินขึ้นไปบนบ้าน ลักษณะบ้านนั้นเป็นอาคารพาณิชย์ ติดกันนะครับ หลังสีขาวออกไข่ไก่นะครับ

Razz หลังจากกลับจากหาดทรายรี ก็วันเวลาก็ผ่านไปแล้วอีก ๑ ปี เข้ามาเป็นปี พ.ศ.2543 ทาง(กุหลาบสีแดง) ก็ได้จัดทำเอกสารสำหรับ บูชาเสด็จเตี่ย เป็นคำบูชานั้นเองนะครับ โดยพิมพ์เพื่อทำการแจกนะครับ และไปใวในตู้ที่วางธูป เทียน ในโรงเรียนพาณิชยการพระนคร นะครับ บังเอิญมีพี่ผู้หญิง ท่านหนึ่งท่านได้เดินเข้ามาและก็หยิบขึ้นมาอ่าน อีกไม่นานพี่ผู้หญิงท่านนี้ก็ได้ติดต่อมายัง(กุหลาบสีแดง) ท่านได้พูดว่า น้องเขียนอะไรลงไป ควรที่จะเขียนให้ถูกๆนะถ้าหากต้องการจะเขียนให้ดีเพื่อถวายเสด็จเตี่ยนะ มีเวลาว่างไหมละ ถ้าว่างโทรมาหาพี่นะ เดียวพี่จะขอคุยด้วย ไม่นานนัก(กุหลาบสีแดง) ก็โทรไปคุยกับพี่ผู้หญิง ท่านนี้(ขอไม่เอ่ยนาม เพราะพี่ผู้หญิงนั้นได้พบและกำชับมาโดยตลอด) พอโทรติดก็เดินทางไปหาพี่ผู้หญิงท่านนี้ที่บ้านแถวๆดอนเมือง ยังจำได้นะครับ ว่าอยู่หมู่บ้าน " อยู่เจริญ " นะครับ พอไปถึงพี่ผู้หญิงก็นั่งคุยกันตามธรรมดา และหลังจากนั้นพี่ก็ถามว่า

พี่ผู้หญิงถามว่า: มีอะไรถึงคิดเขียนบทคาถาบูชาขึ้นมา
(กุหลาบสีแดง): ก็รักเสด็จเตี่ยโดยพูดออกมาโดยไม่คิดอะไรเลย
พี่ผู้หญิงถามว่า: มีอะไรถึงเกี่ยวกับเสด็จเตี่ยหรือ (ขอบอกว่าทางพี่ผู้หญิงท่านนี้จะเรียกเสด็จเตี่ยว่า เสด็จพ่อ)
(กุหลาบสีแดง): ก็ไม่ทราบนะแต่อยู่ๆก็มีความรู้สึกว่าเสด็จเตี่ยนั้นเคยผ่านนะครับ
พี่ผู้หญิงถามว่า: จริงหรือไม่ได้มาโกหกอะไรนะ เพราะส่วนมากแล้วชอบแอบอ้าง พี่ผู้หญิง ก็ให้ตามมาก็เดินตามไปขึ้นบันไดไปชั้นที่ ๒ พบเป็นห้องเล็กๆห้องหนึ่งมี รูปพระบรมฉายาลักษณ์ของเสด็จเตี่ย พังงา เรือรบ ห่วงชูชีพ ขนาดเล็กๆมากมาย. พี่ผู้หญิงนั้นก็เอ่ยออกมาว่าถ้าหากมีเสด็จพ่อ จริงๆก็เชิญเลย ส่วนตัวพี่ผู้หญิง นั้นนั่งสมาธิได้ไม่ถึง 3 นาที เท่านั้นก็ร้องออกมาว่าพอแล้ว ๆ ๆ ไม่ไหวแล้ว เชื่อแล้วๆๆ และก็สั่งให้(กุหลาบสีแดง) นั้นเดินลงแล้วก็ไปเปิดตู้เย็นนำน้ำออกมาให้ทานและก็พูดคุยกันไปจนถึงประมาณ 15.00 น. ต้องขออภัยที่ไม่ได้บอกเวลาที่เข้าไปพบนะครับ คือไปพบในเวลา 13.00 น.โดยประมาณ แล้วก็เดินทางกลับที่พัก
พอถึงวันอาภากร (กุหลาบสีแดง) ก็เดินทางไปยังโรงเรียน พาณิชยการพระนคร ก็พบพี่ผู้หญิง คนเดิมนั้นแหละนะครับ แต่พี่เขาจะไม่กล้าที่จะมองหน้าเพียงมองตั้งแต่เท้าขึ้นมาถึงอกเท่านั้นเองครับ ขอจบตรงนี้ก่อนนะครับ ซึ่งที่พี่ผู้หญิง นี้นั้นต้องการทราบเท่านั้นและต้องการมาเล่าให้ลูกๆหลานๆนั้นรับรู้ทั่วกันเท่านั้น


แก้ไขล่าสุดโดย Redrose19 เมื่อ Sat Sep 06 2008, 03:41, ทั้งหมด 2 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Redrose19
Moderator
Moderator
avatar

จำนวนข้อความ : 201
Registration date : 25/07/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ปาฏิหาริย์เกี่ยวกับเสด็จเตี่ย ฟังแล้วขนลุกซู่   Tue Aug 12 2008, 22:11

(กุหลาบสีแดง)ขอบอกให้ทุกๆคนที่เป็นลูกๆหลานๆ ของเสด็จเตี่ย ทราบเลยว่าทุกๆคำ ทุกๆข้อความที่เขียนลงมาให้ทราบทั่วกันนี้นั้นเป็นความจริงที่ไม่มีการเปิดเผยให้ที่ใดทราบมาก่อนจากเหตุการณ์จริงทั้งหมด (กุหลาบสีแดง)มีความต้องการเล่าให้ทุกๆท่านทราบเพื่อเป็นสิ่งเตือนใจว่า เสด็จเตี่ยฯ นั้นทรงอยู่ตลอดและทรงช่วยเหลือทุกๆคนมาโดยตลอด ซึ่งบางคนก็จะสัมผัสได้ บางคนก็จะสัมผัสไม่ได้.

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อปี2548-2549 เกิดขึ้นมากกว่า 2 ครั้งโดยจะเขียนให้อ่านกันนะครับมีเหตุการณ์ปาฏิหาริย์เกิดขึ้น แต่ต่างสถานที่กันนะครับโดยมีดังนี้
***** เหตุการณ์นี้มาจากคนขับรถตู้ที่(พี่กุหลาบสีแดง) จะใช้มาโดยตลอดและบางครั้งก็จะใช้บริการไปสร้างบุญ สร้างพระประธานบ้าง สร้างบุญ เดินทางกลับต่างจังหวัดบ้างหรือไปที่บ้านภรรยาบ้าง ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานะครับ โดยที่(กุหลาบสีแดง) นั้นได้จัดสร้างเหรียญข้าวหลามตัด(เสด็จเตี่ย)เพื่อสร้างถวายนั้น ก็ได้ทำการแจกให้กับคนขับรถทุกๆคนนะครับ พอดีมีพนักงานขับรถตู้ที่ทาง(กุหลาบสีแดง)ใช้บริการบ่อยนั้นเปลี่ยนคนใหม่มานะครับ และทุกๆครั้งนั้น(กุหลาบสีแดง) จะต้องให้เหรียญใว้บูชานะครับ แต่พอมาคนนี้นั้นเหรียญข้าวหลามตัดทองแดงรมมันปูก็ไม่ได้ติดตัวแต่มีเหรียญข้าวหลามตัดเนื้อ(ทองเหลือง) นะครับก็เลยมอบให้ใว้นะครับ (อารัมภบทมายาวมากเลยเริ่มเข้าเนื้อเรื่องดีกว่า)

---๑---- เรื่องนี้เกี่ยวกับวิญญาณมารบกวนนะครับ สืบเนื่องมาจากคนขับรถตู้อีกนั้นแหละนะครับ ก่อนอื่นนั้นคนขับรถตู้ที่ขับให้กับ(กุหลาบสีแดง) นั้นเพื่อจะเดินทางไปยังบ้านเกิดของ(กุหลาบสีแดง) ที่ภูเก็ตนะครับ เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณเดือนเมษายน ปี 2548 นะครับ คือว่ามีคนขับรถตู้คนที่ขับจากกรุงเทพนั้นไม่ชำนาญเส้นทางเลยต้องไปสับเปลี่ยนกับอีกคนหนึ่งที่เคยวิ่งล่องทางใต้นะครับ ก็เลยขับรถลงไปกันและก็โทรศัพท์ติดต่อกับคนขับที่ลงไปก่อนหน้านั้นโดยคนขับคนนั้นเขาไปกับลูกทัวร์ซึ่งเป็นคนต่างประเทศนะครับ โดยชาวต่างประเทศนั้นเขาไปดูสวนมะพร้าวที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์นะครับ ตรงทับสะแก นะครับ โดยคนขับรถนั้นจะต้องไปเปลี่ยนรถพร้อมทั้งคนขับเลยนะครับ คือรถที่(กุหลาบสีแดง)นั่งจากกรุงเทพนั้นต้องไปถ่ายกระเป๋าเพื่อนั่งรถคันที่จอดอยู่ที่ อ.ทับสะแกนั้นนะครับ โดยขณะที่ขนย้ายสัมพาระเรียบร้อยแล้ว(กุหลาบสีแดง) ก็ให้เหรียญข้าวหลามตัดเนื้อ(ทองเหลือง)ให้ใว้กับคนขับรถที่ขับจากกรุงเทพนั้นใว้ติดตัว เพราะว่าคนขับคนนี้นั้นต้องนำรถตู้นั้นเข้าไปในสวนมะพร้าวเพื่อรอรับชาวต่างประเทศในวันรุ่งขึ้นนั้นเองนะครับ ส่วน(กุหลาบสีแดง)ก็นั่งรถเดินทางต่อไปยัง จังหวัดภูเก็ต ต่อไป แล้วพอถึงภูเก็ตก็(ตี 4 ) เช้าตรู่พอดีก็เข้าไปพักในบ้านอาบน้ำ โดยไปทั้งครอบครัวเลยนะครับ ส่วนคนขับนั้นก็ให้เขานอนพักประมาณ 3 ชั่วโมงแล้วก็จะออกเดินทางไปไหว้พระที่บ้านเกิดนะครับ พอ(กุหลาบสีแดง) อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกมาดูรถนะครับ พี่คนขับนั้นก็บอกว่าไม่ได้หลับเพราะว่าคนที่ไปจอดรอรับชาวต่างประเทศนั้นเขาโทรศัพท์มาคุยด้วย โดยเล่าให้ฟังว่าเมื่อคืนนั้นหลังจากที่รถ(กุหลาบสีแดง)ขับออกไปจากที่เปลี่ยนรถแล้วนั้นคนขับรถตู้คนนั้นก็ขับเข้าไปจอดในสวนมะพร้าว(เวลาประมาณ 24.30 น. โดยประมาณ) แล้วก็จะหลับพักผ่อนนะครับ แต่ก็หลับไม่ได้เพราะว่าเหมือนมีคนที่ไหนก็ไม่รู้มาขึ้นต้นมะพร้าวกันมากมายเลยและยังไม่พอนะครับ ทำลูกมะพร้าวนั้นล่วงลงบนหลังคารถตลอดเวลาเลยนะครับ จนพี่คนขับรถนั้นทนไม่ไหวก็เลยเปิดประตูออกมาดูแล้วใช้ไฟฉายส่องดูบนหลังคารถตู้ก็ไม่เห็นมีรอยบุบอะไรเลยบนหลังคารถตู้นะครับ คนขับรถนั้นก็ส่องไปดูนาฬิกาพอดีเป็นเวลา ตี 2 กว่าๆ นั้นก็เกิดความกลัวแล้วคิดใว้ว่าโดนหลอกแน่เลย ก็เลยหยิบเหรียญเสด็จเตี่ยที่ให้ใว้นั้นขึ้นมาแล้วก็พูดให้เสด็จเตี่ยท่านนั้นทรงช่วยด้วย!!!! ซึ่งพอนำเหรียญเสด็จเตี่ยขึ้นมาพูดนั้นหลายๆสิ่งหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นนั้นก็เริ่มเงียบหายไป คนขับรถที่จอดนั้นก็ได้พล่อยหลับไปพอดีมีคนชาวต่างประเทศนั้นมาเคาะ ก็ตกใจตื่นขึ้นมาเพราะว่าได้หลับเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเอง และพอมารับฟังคำถามที่คนที่สวนมะพร้าวถามว่าเป็นไงนอนหลับไม่ละ ส่วนใหญ่แล้วรถตู้ที่มานะพบกันทั้งนั้นเลยนะที่สวนนี้ เลยไม่ค่อยมีรถตู้ที่ไหนมาอีกเลย ที่นี้เป็น(สวนมะพร้าว อ.ทับสะแก) นะครับ คนขับรถตู้คนนั้นพอรู้ก็บอกว่าเพราะเหรียญเสด็จเตี่ย นี้แหละที่ช่วยเขาใว้ ไม่งั้นก็ไม่ได้นอนเลยทั้งคืนเป็นแน่แท้เลย(ประสบการณ์เรื่องจริง) เหตุการณ์นี้พอพี่ขับรถนั้นมาพบ(กุหลาบสีแดง)แล้วจะชอบพูดให้ฟังถึงเหตุการณ์ที่พบในครั้งนั้นมาโดยตลอดเลย และปัจจุบันนี้นั้นก็ไปขับรถธุรกิจของตัวเองสบายไปอีกแล้ว........


แก้ไขล่าสุดโดย Redrose19 เมื่อ Sat Sep 06 2008, 03:42, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Redrose19
Moderator
Moderator
avatar

จำนวนข้อความ : 201
Registration date : 25/07/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ปาฏิหาริย์เกี่ยวกับเสด็จเตี่ย ฟังแล้วขนลุกซู่   Tue Aug 12 2008, 22:12

--๒-- เรื่องมือยู่ว่าหลังจากที่(กุหลาบสีแดง)ให้เหรียญเสด็จเตี่ยแล้วนั้น พี่คนขับรถคนนั้น(คือคนที่ขับพากุหลาบสีแดง)ไปที่บ้านที่ภูเก็ตนะครับ ก็ต้องออกไปวิ่งทัวร์เสมอ(รถตู้ที่รับลูกค้าไปเที่ยว) ส่วนใหญ่เป็นทัวร์ ต่างจังหวัดเสียมากกว่านะครับ วันที่พี่คนขับรถเล่าให้ฟังนั้นเป็นวันศุกร์เมื่อปี 2548 ประมาณเดือน มิ.ย. นะครับบอกว่าขับรถออกมาอย่างรวดเร็วเพราะต้องไปรับลูกค้าที่สระบุรี(ถ้าจำไม่ผิดนะครับ) และพอวิ่งรถมาถึงวังน้อย ก็นึกขึ้นได้ว่าลืมเหรียญเสด็จเตี่ย ที่จะต้องนำมาใส่ทุกๆครั้งก่อนออกจากอู่นะครับ ก็ขับรถนั้นกลับไปยังอู่อีกครั้งเพื่อไปนำเหรียญนั้นมาใว้ติดตัวนะครับ ในขณะที่กลับรถนั้นก็จะมีด่านตรวจพอดีนะครับ ซึ่งจะมีตำรวจอยู่ที่ด่านนั้นพอดีแต่ก็ไม่ได้เรียกรถตู้ที่กลับรถนั้นนะครับ ส่วนทางคนขับรถตู้นั้นก็ขับถึงอู่เสร็จแล้วก็รีบหาเหรียญเสด็จเตี่ย หาอยู่ตั้งนาน พี่คนขับเล่าให้ฟังว่า ปกติกลับมาแล้วก็จะวางใว้บนหัวนอนหรือบนตู้นะครับ แต่ก็หาไม่เจอเลย แล้วพี่เขาก็บอกว่าเอาเถอะถ้าหาไม่เจอก็จะไปแล้ว พอดีได้ยินเสียงอะไรหล่นก็หันไปมองก็พบว่าเป็นเหรียญเสด็จเตี่ยนั้นเองก็รีบเก็บขึ้นมาใส่กระเป๋าเสื้อที่ใส่ แล้วก็ปิดประตูรีบออกจากอู่นั้นไป โดยบึ่งรถไวมากๆเลย เพื่อไปรับลูกค้าให้ทัน พอดีรถติดยาวมากเลยนะครับจากประตูน้ำพระอินทร์ไปยังวังน้อยนะครับ พี่คนขับรถนั้นก็เล่าต่อว่าพอขับรถไปถึงที่ที่เกิดอุบัติเหตุนั้น ตำรวจที่ด่านตรวจนั้นก็เดินมาพูดกับพี่คนขับรถว่า ดวงดีมากเลยนะ ไม่งั้นรถที่พังยับเละนั้นก็จะเป็นรถของคุณนั้นแหละ ดีที่กลับรถไปก่อนนะ พี่คนขับรถเล่าให้(กุหลาบสีแดง)ฟังโดยที่พี่คนขับนั้นแกบอกว่าขนลุกเลยนะครับขณะที่เล่าให้ฟังนี้เพราะรอดตายปาฏิหาริย์มาได้ก็เพราะเหรียญข้าวหลามตัด(เสด็จเตี่ย)ที่ให้ใว้นะครับ. ปัจจุบัน พี่คนขับคนนี้ก็ออกจากอู่รถตู้นี้ไปทำธุรกิจ ขับรถตู้ของตัวเอง ไปอีกคนแล้วนะครับ โชคดีตลอดเลยนะครับ!......


แก้ไขล่าสุดโดย Redrose19 เมื่อ Sat Sep 06 2008, 03:43, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
d@eng navy22
Moderator
Moderator


จำนวนข้อความ : 221
Registration date : 30/07/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ปาฏิหาริย์เกี่ยวกับเสด็จเตี่ย ฟังแล้วขนลุกซู่   Fri Aug 15 2008, 15:47

ขอบคุณค่ะ.....สำหรับสิ่งดีๆ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Redrose19
Moderator
Moderator
avatar

จำนวนข้อความ : 201
Registration date : 25/07/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ปาฏิหาริย์เกี่ยวกับเสด็จเตี่ย ฟังแล้วขนลุกซู่   Sun Aug 17 2008, 02:04

Surprised ยังมีอีกมากมายนะครับ ค่อยๆเอาลงมาโพสนะครับ เดียวจืดจางหมดนะครับ ฮ่าๆๆๆ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Bluemoon
Moderator
Moderator
avatar

จำนวนข้อความ : 882
Registration date : 23/07/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ปาฏิหาริย์เกี่ยวกับเสด็จเตี่ย ฟังแล้วขนลุกซู่   Mon Aug 18 2008, 16:12

ค่ะ รออ่านนะคะพี่ แล้วเดี๋ยวจันทร์เจ้าขาจะไปหาข้อมูลเพิ่มเติมที่อื่นๆ มาลงด้วยค่ะ Cool
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.princeabhakara.org
Bluemoon
Moderator
Moderator
avatar

จำนวนข้อความ : 882
Registration date : 23/07/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ปาฏิหาริย์เกี่ยวกับเสด็จเตี่ย ฟังแล้วขนลุกซู่   Wed Aug 27 2008, 18:54

ด้วยศรัทธาจึงมีชีวิตรอด แม้ถูกตัดขาและเป็นไตวาย



พี่ตุ๊ ผู้มีความศรัทธาในองค์พ่อกรมหลวงชุมพร เป็นที่สุด
เดิมพี่ตุ๊ มีอาชีพ เป็นครู สอนอยู่ที่ โรงเรียนสุขุมวิทยา เมื่อ โรงเรียน
เลิกกิจการ ก็มายึดอาชีพค้าขายอาหาร เมื่อปี 2538

วันหนึ่ง พี่ตุ๊นั่งรถจักรยานยนต์แล้วล้ม ทำให้ขาขวาได้รับบาดเจ็บ
เป็นแผล ต่อมาแผลเริ่มเน่าและกินลึก
จึงไปหาหมอ หมอบอกว่า แกเป็นเบาหวาน
แผลที่เป็นติดเชื้อและเน่าลามไปเรื่อยๆ
จึงต้องตัดขาทิ้ง

ถัดจากนั้นมา 1 ปี ขาซ้ายก็เป็นแผลอีก
เนื่องจากน้ำกัดเท้า ติดเชื้อกินลามลึกเข้าถึงกระดูก
ต้องตัดทิ้งไปอีกข้าง และกินยาควบคุมเบาหวานมาตลอด

เมื่อกินยาควบคุมเบาหวานไปได้ระยะหนึ่ง
ก็เกิดอาการไตวาย ขึ้น แทบเอาชีวิตไม่รอด
หมอช่วยอย่างสุดความสามารถ
จึงมีชีวิตรอดมาทุกวันนี้
แต่ต้องฟอกเลือด ด้วยเครื่องไตเทียม
อาทิตย์ละ 3 ครั้ง

ทุกวันนี้พี่ตุ๊อยู่ด้วยกำลังใจ
มีความเทอดทูนองค์พระเจ้าอยู่หัว
และเสด็จพ่อกรมหลวงชุมพรฯ
ไปไหนมาไหนคนเดียวด้วย Wheel Chair
ไม่ต้องการเป็นภาระของครอบครัว

ทุกวันนี้ ได้อาศัยทำงานให้กับแผ่นดิน
ไปไหนก็นำเสื้อ ฉลอง 60 ปีครองราชย์ ลิสแบรนด์ ไปรษณีย์บัตรถวายพระพรในหลวง ออกตะเวน จำหน่าย
และแจกพระรูปพระเจ้าอยู่หัวให้ผู้คนที่มาซื้อของ นำไปบูชา

บางครั้งต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาจ่ายค่ารถทัวร์
แต่ปาฏิหาริย์ มีจริง จึงขอต่อเสด็จพ่อกรมหลวงฯ
พระองค์ก็ให้ถูกหวยบนดิน พอชดเชยส่วนที่ขาดทุนไปได้















ขอบพระคุณ http://board.palungjit.com
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.princeabhakara.org
Bluemoon
Moderator
Moderator
avatar

จำนวนข้อความ : 882
Registration date : 23/07/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ปาฏิหาริย์เกี่ยวกับเสด็จเตี่ย ฟังแล้วขนลุกซู่   Wed Aug 27 2008, 19:00

ปาฏิหาริย์กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์

เมื่อประมาณปี พ.ศ.2534 พ่อตาผมป่วยด้วยโรคไต มีอาการบวมตามร่างกาย และปวดตามข้อกระดูก นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลลานนา จ.เชียงใหม่ ผมกับภรรยาได้ไปเยี่ยม และติดต่อกับทางโรงพยาบาลเพื่อขอย้ายมารักษาต่อที่โรงพยาบาลพระมงกุฏ

คืนนั้นประมาณเกือบตีหนึ่ง ผมนึกขอบารมีเสด็จพ่อกรมหลวงชุมพร ให้ช่วยในเรื่องการนำพ่อตาไปรักษาต่อกรุงเทพ และให้โรงพยาบาลรับ แอ๊ดมิด(คือหาห้องให้ได้) ผมขับรถออกจากเชียงใหม่ในคืนนั้น มาถึงโรงพยาบาลพระมงกุฏ เกือบบ่าย 2 โมง รอห้องจนถึง ทุ่มเศษ ก็ไม่มีวี่แววว่าจะได้ เพราะห้องเต็ม ในใจก็นึกถึงเสด็จพ่อกรมหลวงชุมพรตลอดเวลา

จะบังเอิญหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ ผมได้พบกับนายแพทย์ท่านหนึ่ง เป็นน้องชายของเพื่อนผมเข้าพอดี ได้พูดคุยกัน จนเป็นเหตุให้ได้ห้อง ผมเชื่อว่าเป็นเป็นเพราะเสด็จพ่อฯช่วย วันรุ่งขึ้น ผมนำกรอบรูปเสด็จพ่อฯมาไว้ที่หัวเตียงของพ่อตาที่โรงพยาบาล โดยไม่ได้บอกพ่อตาเพราะกำลังหลับ คืนนั้นประมาณ ตี 1 พ่อตายันตัวลุกขึ้นนั่ง ถอดเสื้อผ้าออกหมด เนื่องจากมีอาการร้อนทุรนทุราย และปวดตามข้อกระดูก นึกในใจว่าตายเป็นตาย สักพักพ่อเห็นแสงสว่างวาบมาที่หัวเตียง พ่อบอกว่าเห็นพระอะไรก็ไม่รู้ มีพวงมาลัยแขวนไว้ที่ไหล่ งดงามมาก หลับตาก็เห็น ลืมตาก็เห็น จึงยกมือก้มกราบ รู้สึกสื่อในใจมาว่า เชื้อโรคร้ายในกายถ้าเราชนะมันเราก็หาย ถ้าแพ้มันเราก็ตาย จะรับไว้เป็นลูกน้อง คนหนึ่ง ต่อไปให้ภาวนา พุทโธ จำไว้ พุทโธ คือคำนำ

พอจบสื่อใจ พ่อมีอาการเย็นวูบไปทั้งตัว อาการปวดข้อกระดูกหายไปโดยสิ้นเชิง ยังความรู้สึกตื่นเต้นเป็นล้นพ้น รีบเรียกคนเฝ้า คือ แม่ยายและหลานสาว ให้ลุกขึ้นมาฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด รุ่งเช้าผมแวะไปเยี่ยมพ่อ ได้รับฟังเรื่องราวดังกล่าว พ่อบอกว่าพระเจ้าที่มาเมื่อคืนไม่รู้ว่าเป็นพระที่ไหน ไม่เคยรู้จัก ผมจึงชี้ไปที่พระรูปหัวเตียง พ่อมองตามพร้อมกับตกตะลึง กล่าวว่า พระองค์นี้แหละที่มาช่วยเมื่อคืน แล้วมีพวงมาลัย(ผมซื้อถวายแขวนไว้ที่กรอบรูป) เหมือนกับที่เห็นเมื่อคืนเลย นี่คือประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของผมในครั้งนั้น ผมจะไม่มีวันลืมในพระกรุณาเมตตาของเสด็จพ่อกรมหลวงชุมพร ไปตลอดชีวิต


โดยคุณ MOUNTAIN จากเวบไซต์ พลังจิตดอทคอม
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.princeabhakara.org
Bluemoon
Moderator
Moderator
avatar

จำนวนข้อความ : 882
Registration date : 23/07/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ปาฏิหาริย์เกี่ยวกับเสด็จเตี่ย ฟังแล้วขนลุกซู่   Fri Aug 29 2008, 19:45

บทเริ่มต้นความศรัทธาในเสด็จเตี่ยฯ

จันทร์เจ้าขานั้น สมัยตอนเด็กๆ ก็มิเคยได้ทราบเกี่ยวกับเสด็จเตี่ยฯ มาก่อน อาจจะเป็นเพราะว่าด้วยความเป็นเด็กเหมือนเด็กทั่วๆ ไป ที่ใช้ชีวิตในวัยเด็กโดยมิได้สนใจเรื่องอื่นๆ

การเริ่มต้น ศรัทธาในพระองค์นั้นเกิดขึ้นอย่างมิได้คาดหมาย จำได้ว่าในตอนนั้นจันทร์เจ้าขาเรียนอยู่สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพระนครศรีอยุธยา วาสุกรี (ต้องขออนุญาตเอ่ยนามสถาบันฯ นะเจ้าคะ) อยู่ประมาณ ปวช. ปี 2 ได้ มีอยู่คาบเรียนหนึ่งอาจารย์ที่สอนในรายวิชานั้น ท่านติดภารกิจกะทันหัน ไม่สามารถมาสอนแทนได้ และอาจารย์ที่เหลืออยู่ในภาควิชานั้น ติดสอนกันทุกคน พวกเราก็เลยได้มีเวลาว่างกันหนึ่งคาบเรียน (ประมาณ 50 นาที) เพื่อนๆ ก็แยกย้ายกันไปทำกิจกรรมตามความสนใจของแต่ละคน ส่วนจันทร์เจ้าขาเลือกเข้าไปหาหนังสืออ่านในห้องสมุด ก็เดินไปตามช่องหนังสือต่างๆ ก็หยิบหนังสือเปิดพลิกดูไปเรื่อยๆ แล้วก็วางกลับไปยังที่เดิม เดินไปในช่องหมวด อัตชีวประวัติบุคคลสำคัญ (ถ้าจำไม่ผิดนะเจ้าคะ) ก็ได้เจอหนังสือที่รวบรวมประวัติของบุคคลสำคัญของไทย (จำชื่อหนังสือไม่ได้เจ้าค่ะ) และได้ทราบถึงประวัติของเสด็จเตี่ยจากหนังสือเล่มนี้ พอสังเขป ก็ให้รู้สึกว่าสนใจมาก รู้สึก ขนลุกซู่ ขึ้น แต่ก็มิได้คิดอะไรมาก แต่ความสนใจนั้นก็ยังคงอยู่ตลอดในใจ ว่าจะต้องหาหนังสือเกี่ยวกับพระองค์อ่านเพิ่มเติม จนกลายเป็นว่า พบเห็นหนังสือที่มีความเกี่ยวข้องกับเสด็จเตี่ยฯ ที่ใดก็จะซื้อไว้อ่าน (มีอยู่หลายเล่มเลยเจ้าค่ะ) อ่านแล้วอ่านอีก ก็ไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่าย กลับตรงกันข้าม ความศรัทธาที่มีต่อพระองค์ยิ่งเพิ่มมากขึ้นทุกๆ วัน
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.princeabhakara.org
Bluemoon
Moderator
Moderator
avatar

จำนวนข้อความ : 882
Registration date : 23/07/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ปาฏิหาริย์เกี่ยวกับเสด็จเตี่ย ฟังแล้วขนลุกซู่   Fri Aug 29 2008, 19:49

ความศรัทธาในเสด็จเตี่ยฯ เพิ่มขึ้น

ในช่วงที่อยู่ ปวช. ปีที่ 3 นี้ จันทร์เจ้าขาและเพื่อนๆ ทุกคนก็เริ่มมองกันถึงว่า เราจะไปเรียนต่อกันที่ไหนอย่างไร บางคนก็ เลือกที่จะเรียนที่สถาบันฯ เดิม บางคนก็เลือกที่จะวุฒิที่ได้ไปสอบเอ็นทรานซ์ บางคนก็เลือกที่จะไปสอบเข้าระดับ ปวส. ที่สถาบันการศึกษาอื่นๆ และบางคนก็เลือกที่จะไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลฯ คลองหก ปทุมธานี (ซึ่งตอนนี้สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลต่างๆ ก็เปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยกันหมดแล้วเจ้าค่ะ)

ส่วนจันทร์เจ้าขา มี 2 ทางเลือก คือความตั้งใจตอนนั้นมีว่า ทางแรก จะลองไปสอบแข่งขันเข้า ปวส. คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ที่พานิชยการพระนคร (เรียกกันติดปากเจ้าค่ะ) จะเป็นภาคเช้าหรือภาคบ่ายก็ไม่เกี่ยง ขอให้สอบติดไว้ก่อน และทางที่สองคือ ลองไปสอบแข่งขันเพื่อเข้าศูนย์กลางสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล (ชื่อในตอนนั้น) ในภาควิชาระบบสารสนเทศ คณะบริหารธุรกิจ เพราะวันสอบไม่ตรงกันเจ้าค่ะ

ทั้งสองทางเลือกนั้นก็มิใช่หมูๆ อย่างที่แต่ละคนคิดเอาไว้ วันเปิดรับสมัครมีผู้แข่งขันเข้าสอบมาสมัครกันมากมายเลยเจ้าค่ะ มาจากทุกๆๆ วิทยาเขตทั่วประเทศไทย จากเหนือ จากใต้ จากอีสาน จากตะวันออก จากตะวันตก

ตอนนั้น จันทร์เจ้าขา ต้องถึงกับปาดเหงื่อเลยทีเดียวเจ้าค่ะ แค่วันสมัคร ก็ช็อกเลยเจ้าค่ะ
เราก็ได้แต่คิดว่าจะทำอย่างไรดีนะ เราเองก็มิใช่ฉลาดมาก แล้วแต่ละคนนั้นดูหน้าตาแล้วท่าทางเอาเรื่องอยู่เจ้าค่ะ น่าจะเซียนมาจากสถาบันต่างๆ (คิดในตอนนั้น)

วันรับสมัครที่พาณิชยการพระนคร จันทร์เจ้าขาสมัครเสร็จเรียบร้อย ก็เดินคิดไปเรื่อยๆ
ในใจคิดอยู่เรื่องเดียว จะสอบติดไหมนะ? จนกระทั่งเดินถึงตรงอนุสาวรีย์เสด็จเตี่ยฯ ตรงด้านหน้าของพาณิชยการพระนคร โอ้โฮ คนที่มาสมัครเข้าสอบ มาสักการะเสด็จเตี่ยเยอะมาก
ในใจคิดว่า "แล้วอย่างงี้เราจะมีหวังไหมเนี่ย เสด็จเตี่ยจะมองเห็นลูกไหมเนี่ย คนเยอะขนาดนี้" จันทร์เจ้าขาก็รอจนกระทั่งได้คิวของจันทร์เจ้าขา ที่จะซื้อดอกไม้ ธูป เทียน เพื่อกราบเสด็จเตี่ยฯ จุดธูป จุดเทียน เสร็จ ก็สวดบทบูชาเสด็จเตี่ยแล้ว ก็นำดอกไม้ไปวางแทบเท้าพระองค์ แล้วก็กราบพระองค์ ไม่ได้อธิฐานจิตเหมือนคนอื่นๆ เขา ด้วยความรู้สึกในตอนนั้นคือหมดหวังแน่ๆ พอจะก้าวเดินออกมา นึกบอกพระองค์ในใจว่า "อยากเข้าเรียนที่ไหนก็ได้ค่ะ ขอแค่ให้ใกล้เสด็จเตี่ยฯ เท่านั้นก็พอเจ้าค่ะ"

ถึงกำหนดวันสอบเข้าแข่งขันของทั้งสองที่มาถึง เราก็ทำข้อสอบไปตามที่เราเข้าใจ พอสอบเสร็จกลับไปถึงบ้านเราก็ปล่อยโฮ ร้องไห้ออกมาเลย ด้วยความเครียดมาก ไม่ได้เครียดที่ทำข้อสอบไม่ได้ แต่เครียดที่ผู้เข้าสอบแข่งขันเยอะมากๆๆๆ และแต่ละคนดูจะเก่งกาจมากเลย

วันที่เครียดแบบสุดๆ ก็คือวันประกาศผลสอบ (ซึ่งประกาศไม่ตรงกัน) ที่พาณิชยการพระนคร ประกาศผลก่อน จันทร์เจ้าขาก็เตรียมตัวแต่เช้าตรู่เลย (จริงๆ ไม่ได้นอน) รู้สึกเกร็งมากๆ นั่งรถเมล์ไปคนเดียว พอถึงหน้าประตู้ทางเข้าพาณิชยการพระนครรู้สึกขาสั่นพั่บๆๆๆๆ ขนลุกซู่ รู้สึกเหมือนจะเป็นลม แต่ในใจคิดว่า อย่าล้มนะ อายคนเขา ประคองตัวเองจนพอไปไหว ก็เดินไปที่บอร์ดประกาศผลสอบ เขาตั้งบอร์ดไว้ที่หอประชุม ใกล้ๆ กับเรือนหมอพร (ในตอนนั้น)
ประกาศผลสอบเขาแบ่งเป็น 2 ภาค คือ ภาคเช้า และภาคบ่าย ไล่ภาคเช้าอยู่ 3 รอบ ปรากฏไม่มีชื่อ เอาล่ะสิ ตอนนี้หล่ะ จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว และไปไล่รายชื่อภาคบ่าย รอบแรกด้วยความตื่นเต้นหรืออะไรไม่ทราบ หาชื่อตัวเองไม่เจอ ก็ลองไล่ใหม่อีกครั้ง ปรากฏว่ามีชื่อ นางสาว ........... .................. (ในตอนนั้น) สอบติดภาคบ่าย ที่พาณิชยการพระนคร

ด้วยความดีใจเราก็ยิ้มแก้มปริ เดินไปไหว้อนุสาวรีย์เสด็จเตี่ยที่ด้านหน้า และก็ซื้อหนังสือเกี่ยวกับพระองค์กลับไปอีก 1 เล่ม

สำหรับที่ศูนย์กลางสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลนั้น เขาประกาศผลสอบทางอินเตอร์เนต ในตอนนั้นเราก็รู้สึกเฉยๆ แล้ว เพราะว่า เราสอบติดที่พาณิชยการพระนครแล้ว ก็ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไร ประมาณว่าเย็นใจขึ้น ตอนนั้นจันทร์เจ้าขาไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีอินเตอร์เนต ก็ได้แต่วานให้เพื่อนตรวจสอบให้ เพื่อนก็พิมพ์ประกาศมาให้เรา จริงๆ เพื่อนนะเขารู้ผลสอบเราแล้ว
เขาก็แกล้งเรา ทำเดินหน้าเศร้ามาเลย แล้วก็ยื่นกระดาษให้ เราก็เปิดดู เขาเขียนว่า "ขอแสดงความยินดีกับผู้สอบแข่งขันรหัสประจำตัว .................... นางสาว ..................... ............." (ถ้าจำไม่ผิดนะเจ้าคะ) แล้วเพื่อนตัวดีมันก็ปล่อยฮาแตกใส่เรา

คราวนี้ความทุกข์ให้บังเกิดกับเราอีก เพราะต้องเลือกเพียง หนึ่ง ในสถานการศึกษาที่จะเรียน ก็คิดหนัก สรุปก็เลือก เรียนและใช้ชีวิตในวัยเรียนระดับมหาวิทยาลัย ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล คลองหก ปทุมธานี

ในเวลาต่อมาไม่นาน ในวันรับน้องใหม่ ก็ได้ทราบว่า ด้านหลังของสถาบันฯ มีอนุสาวรีย์ของเสด็จเตี่ยฯ เช่นกัน ที่ บึงกักเก็บน้ำพระรามเก้า ธัญบุรี เพราะรุ่นพี่พารุ่นน้องไปกราบเสด็จเตี่ยฯ ณ ที่แห่งนั้น
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.princeabhakara.org
Bluemoon
Moderator
Moderator
avatar

จำนวนข้อความ : 882
Registration date : 23/07/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ปาฏิหาริย์เกี่ยวกับเสด็จเตี่ย ฟังแล้วขนลุกซู่   Fri Aug 29 2008, 19:51

แม่ป่วยด้วยโรคเบาหวาน อาการหนัก

จันทร์เจ้าขาก็ได้บารมีของพระองค์ช่วยเหลือมาตลอด พบเห็นรูปเสด็จเตี่ยฯ ที่ใด ก็จะซื้อเอาไว้ พี่สาวที่อยู่ด้วยกันมาตลอด ได้เห็นเราศรัทธาพระองค์มาก ก็ถามเราว่า ทำไมถึงศรัทธาพระองค์มากขนาดนี้ เราก็ได้แต่ตอบไปว่า อธิบายไม่ได้จ๊ะ แต่ที่อธิบายได้ก็คือ ศรัทธาในความเป็นคนดีของพระองค์ พี่สาวของจันทร์เจ้าขาได้ฟัง แต่เขาก็ยังรู้สึกเฉยๆ

สิ่งที่สร้างจุดเริ่มต้นของความศรัทธาให้กับสมาชิกครอบครัวของจันทร์เจ้าขาครั้งใหญ่ก็คือ คุณแม่ของจันทร์เจ้าขาท่านมีโรคประจำตัวคือ โรคเบาหวาน

วันหนึ่งอาการของท่านหนักมากท่านปวดหัวมากจนถึงกับต้องส่งตัวเข้าโรงพยาบาลโดยด่วน คนที่อยู่ข้างแม่ตลอดก็คือ พ่อ วันนั้นพ่อเป็นคนอยู่กับแม่ (เพราะลูกๆ ทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ และอยุธยา) และขับรถพาแม่เข้าโรงพยาบาล หลังจากนั้นก็โทรศัพท์แจ้งลูกทั้ง 3 คน (พ่อแม่มีลูก 4 คน) ที่อยู่เมืองไทย ในตอนนั้นจันทร์เจ้าขาเรียนอยู่ที่สถาบันฯ เราก็ให้ตกใจอย่างมาก บอกอาจารย์ผู้สอน ขออนุญาต รีบไปแจ้งทางอาจารย์ที่ปรึกษา ท่านก็ใจดีเป็นยิ่งนัก ท่านอนุญาตให้เพื่อนที่มีรถยนต์ขับไปส่งเรา ท่านจะออกค่าน้ำมันให้

ตอนนั้นนั่งรถ 2 ชั่วโมง แต่รู้สึกว่ามันนานมากๆๆๆๆๆๆ ใจเราก็ภาวนา ขออย่าให้แม่เป็นอะไรไปนะ พอไปถึงโรงพยาบาล พี่สาว ก็อยู่กับพ่อแล้วและแจ้งว่าพรุ่งนี้พี่ชายจะตามมา เพราะติดสอนหนังสือเด็ก จะลาได้แต่ต้องเป็นพรุ่งนี้นะ

จันทร์เจ้าขามองเห็นสีหน้าพ่อ กับพี่สาวแล้ว รู้ได้ทันทีว่าแม่อาการหนักมาก เราเองก็รู้สึกจุกที่หน้าอก อยากร้องไห้มากๆ แต่ก็พยายามกลั้นเอาไว้ กลัวพ่อกับพี่สาวจะใจไม่ดี ตอนนั้นแม่ถูกส่งเข้าเอกซเรย์สมองทันที เพราะแม่ไม่รู้สึกตัวแล้ว

จนสักพักคุณหมอออกมาบอกว่า ต้องรอผลก่อนนะ แล้วหมอก็ส่งตัวแม่เข้าห้องไอซียู
พ่อเริ่มมีอาการขวัญเสีย (ท่านอยู่ด้วยกันมาตลอด) เราเองก็เริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า พี่สาวนี่ใจแข็งมาก ก็บอกว่า พาพ่อกลับบ้านไปกินข้าวก่อนนะ เดี๋ยวพี่รอหมอเองช่วงเย็นๆ ค่อยมาใหม่

พอจันทร์เจ้าขากลับมาถึงบ้าน หาข้าวหาปลาให้พ่อเสร็จสรรพ สรุปเราทั้งสองคนก็กินข้าวกันไม่ลง อาบน้ำเสร็จก็กลับไปโรงพยาบาลอีกครั้ง พี่สาวแจ้งว่า หมอบอกว่าแม่อาการหนักมากนะ เส้นเลือดในสมองตีบ หากมีปาฏิหารย์รอดไปได้ก็อาจจะเป็นอัมพฤกษ์

ตอนนั้นจันทร์เจ้าขา นึกถึงเสด็จเตี่ยฯ นึกถึงภาพของหมอพร และตั้งจิตอธิษฐานว่า ช่วยคุ้มครองแม่ของลูกด้วยนะเจ้าคะ ขอท่านมีชีวิตรอดนะเจ้าคะ จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ เราจะดูแลแม่กันต่อไป ขออย่างเดียวให้แม่มีชีวิตอยู่

พี่สาวบอกว่าเราจะทำอย่างไรกันต่อไปดีเนี่ย (พี่เขาค่อนข้างสับสนในตอนนั้น เพราะพวกเราจะรักพ่อกับแม่มาก) จันทร์เจ้าขาก็บอกพี่สาวไปตรงๆว่า หนูขอพรจากเสด็จเตี่ยฯ แล้ว หนูเชื่อว่าพระองค์ต้องเห็นใจเราแน่ๆๆๆ พี่สาวจันทร์เจ้าขาก็ยิ้มให้แต่มิได้พูดสิ่งใด

หลังจากคุณหมอท่านใส่สายต่างๆๆ และเครื่องช่วยประทังชีวิตให้แม่ เขาก็เข็นเตียงของแม่ไปยังห้องผู้ป่วย เพื่อรอให้แม่ฟื้นขึ้นมา ตอนนั้นแม่ไม่ได้สติได้แต่หลับอย่างเดียว

วันรุ่งขึ้นในตอนเย็น แม่ลืมตาขึ้น พอมองเห็นลูกแล้วมีน้ำตาไหล (ร้องไห้) แล้วเอ่ยปากจะพูด แต่พูดไม่ถนัดนัก เพราะลิ้นแข็ง เราก็รีบกดปุ่มเรียกพยาบาล คุณหมอเข้ามา ก็ตรวจโน่นตรวจนี่ แล้วก็บอกว่า ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งรีบร้อนนะ แล้วไม่ต้องคิดมาก รอดูอาการไปก่อน หากอาการดีขึ้นก็ค่อยๆ ทำกายภาพบำบัด คุณหมอบอกว่า เนี่ยเป็นอาการของคนที่เบาหวานขึ้นสมอง จะเป็นแบบนี้ ต้องระมัดระวัง ควบคุมน้ำตาล และทำสมองให้โล่ง อย่าคิดมากนะป้า (คุณหมอเรียกแม่แบบนั้น)

แม่พูดกระท่อนกระแท่นว่า อยากคุยกับพี่สาวอีกคนหนึ่ง (อยากได้กำลังใจ) แต่เธอไม่ได้อยู่เมืองไทย ช่วงนั้นเธอและสามีเดินทางท่องเที่ยวรอบโลกด้วยมอเตอร์ไซต์ ไม่ทราบที่อยู่ ไม่ทราบเบอร์โทรศัพท์ ไม่ทราบอีเมล์ เธอจะส่งโปสการ์ดมาให้ตลอด แต่ไม่เคยโทรศัพท์มา (เพราะค่าโทรศัพท์แพงมาก)เรารู้แต่เพียงว่าตอนนั้นเธออยู่ที่นิวซีแลนด์ แต่ไม่ทราบว่าจะติดต่ออย่างไรที่ไหน เราก็ได้แต่ปลอบใจแม่ไปว่า
เดี๋ยวพี่เขาก็จดหมายมาหรือโทรเองหล่ะ จันทร์เจ้าขาก็นึกถึงเสด็จเตี่ยฯ ช่วยให้พี่สาวคนนี้ติดต่อมาด้วยเถอะเราจะได้แจ้งข่าวเรื่องแม่ น่าแปลกมากวันรุ่งขึ้นพี่สาวคนนี้ เธอคนที่ไม่เคยโทรมาปีกว่า แล้วจู่ๆ เธอก็โทรมา เราก็รีบให้แม่ได้พูดได้คุยกัน ทั้งสองฝ่ายต่างก็ร้องไห้โฮ

แม่มีอาการพูดไม่ถนัด ลิ้นแข็ง อวัยวะแถบซ้ายเคลื่อนไหวไม่ถนัดนัก ต้องทำกายภาพบำบัดอยู่โรงพยาบาล 1 เดือน แม่เองก็ใจสู้เหลือหลาย ขยันทำกายภาพบำบัด พอกลับถึงบ้าน พ่อก็ประดิษฐ์เครื่องทำกายภาพบำบัดภูมิปัญญาของพ่อเองให้แม่ทำกายภาพบำบัดทุกๆ วัน

จากเหตุการณ์นี้ เป็นจุดเริ่มต้นของสมาชิกในครอบครัวของจันทร์เจ้าขาให้ความเคารพและศรัทธาในเสด็จเตี่ยฯ เป็นยิ่งนัก โดยเฉพาะพี่สาวของจันทร์เจ้าขา ที่เธอเคยรู้สึกเฉยๆ กับเรื่องนี้ ตอนนี้เธอเองก็ศรัทธาในเสด็จเตี่ยฯ เช่นกัน

วันนี้แม่ของจันทร์เจ้าขา สามารถเดินได้ (แต่วิ่งไม่ได้) ขยับส่วนซ้ายได้ทั้งหมด พูดได้ถนัดเหมือนปกติ แต่โรคเบาหวานก็ยังคงเป็นอยู่ เพราะโรคนี้รักษาไม่หายขาด

สำหรับจันทร์เจ้าขา นี่คือพระเมตตาของเสด็จเตี่ยฯ ที่มีให้กับจันทร์เจ้าขาและครอบครัวเจ้าค่ะ
และยังมีปาฏิหาริย์อีกหลายต่อหลายครั้งที่เกิดขึ้นกับพวกเรา Surprised
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.princeabhakara.org
Bluemoon
Moderator
Moderator
avatar

จำนวนข้อความ : 882
Registration date : 23/07/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ปาฏิหาริย์เกี่ยวกับเสด็จเตี่ย ฟังแล้วขนลุกซู่   Fri Aug 29 2008, 19:57

เรื่องเล่าของคุณ แซม จากเรือนคุณน้ำอบ

ผมเผอิญโชคดีได้มีโอกาสรู้จักกับคุณชายซึ่งเป็นหลานของท่านกรมหลวงฯ
(ถ้าเผอิญคุณชายมาอ่าน ผมขออนุญาตคุณชายเล่าเรื่องต่อไปนี้ด้วยครับ)


ประมาณปี 2528 คุณชายกรุณาเชิญผมและเพื่อน ๆ ไปทานข้าวที่วังใหม่ของท่าน(เรียกวังเพราะ
คุณชายอยู่กับท่านแม่ซึ่งเป็นหม่อมเจ้า)ที่รามคำแหง

ก่อนกลับคุณชายอนุญาตให้พวกเราขึ้นไปกราบพระรูปกรมหลวงฯที่ห้องพระ เป็นพระรูปที่ใหญ่และเก่ามาก

คุณชายเล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านั้นไม่นาน ท่านแม่จะพาหลานไปเที่ยวทะเลชะอำ
ได้มาไหว้พระที่ห้องพระ และได้เห็น กรมหลวงฯเสด็จออกมาจากพระรูป แล้วก็เสด็จกลับเข้าไป

วันรุ่งขึ้น ขณะที่หลาน ๆ เล่นน้ำทะเลกันอยู่ มีงูทะเลตัวใหญ่มากว่ายน้ำตรงมาที่เด็ก ๆ ท่านแม่ของคุณชายไม่รู้จะทำอย่างไร มือหนึ่งก็กอดหลานไว้ อีกมือหนึ่งก็ยกกันงูที่ว่ายตรงเข้ามา สิ่งที่เหลือเชื่อคืองูนั้นว่ายเข้ามารัดรอบแขนท่านแม่ แล้วก็คลายวงรัดพร้อมกับว่ายน้ำจากไป

คืนนั้นกรมหลวงฯมาเข้าฝันท่านแม่ว่า ได้มาเตือนแล้วแต่ก็ไม่ต้องตกใจ เพราะท่านมาช่วย

ทุกวันนี้ก็ยังมีคนในวังเห็นท่านอยู่ ผมยังหวังว่าสักวันจะได้มีโอกาสไปกราบท่านอีก


กราบขอบพระคุณคุณแซม ที่กรุณาแบ่งปันสิ่งดีๆ เพื่อเป็นวิทยาทาน ในการร่วมเทิดพระเกียรติฯ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.princeabhakara.org
Redrose19
Moderator
Moderator
avatar

จำนวนข้อความ : 201
Registration date : 25/07/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ปาฏิหาริย์เกี่ยวกับเสด็จเตี่ย ฟังแล้วขนลุกซู่   Thu Sep 04 2008, 10:13

Smile พระองค์ท่านนี้มีเรื่องราวมากมายนะครับ ที่เกิดเป็นปาฏิหาริย์ เดียวกำลังจัดพิมพ์อยู่นะครับ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
ปาฏิหาริย์เกี่ยวกับเสด็จเตี่ย ฟังแล้วขนลุกซู่
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
(ย้ายแล้วจ้า ไปอยู่ที่) :: เรือนส่วนกลาง :: ห้องกรมหลวงชุมพร-
ไปที่: